ในอดีตผู้เขียนเป็นบุคคลหนึ่งซึ่งทำงานในตำแหน่งวิศวกรเครื่องกล ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ทั้งนี้วิศวกรถือเป็นอาชีพที่มีกฎหมายควบคุมอยู่ และหากไปทำงานที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมควบคุมแล้วย่อมจำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายด้วย แต่เนื่องจากผู้เขียนไม่ได้สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรที่จะสามาถนำมายื่นขอใบอนุญาตวิศวกรรมควบคุมได้ ย่อมเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 45 และ 47 แห่ง พรบ.วิศวกร อย่างเห็นได้ชัด อันจะมีบทลงโทษตามมาได้
ด้วยเหตุดังกล่าวนี้จึงทำให้ผู้เขียนได้ย้อนกลับไปศึกษา พระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ.2542 อย่างจริงจัง ประกอบกับกฎกระทรวงกำหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมและวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม รวมถึงข้อบังคับของสภาวิศวกรที่บังคับใช้อยู่ในขณะนั้น ก็พบว่ากฎหมายไม่ได้ปิดกั้นโอกาสไว้แต่อย่างใด ถึงแม้เราไม่ได้สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรที่สภาวิศวกรรับรองก็ตาม แต่ยังสามารถขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ระดับ “ภาคีวิศวกรพิเศษ” ได้เช่นเดียวกัน
กฎหมายวิศวกร
ตามพระราชบัญญัติวิศวกร
พ.ศ.2542 มาตรา 45
ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือแสดงด้วยวิธีใดๆ ให้ผู้อื่น
เข้าใจว่าตนพร้อมจะประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาใด
เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตในสาขานันจากสภาวิศวกร
มาตรา 46
ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมแต่ละสาขามี 4 ระดับ คือ
1)
วุฒิวิศวกร
2)
สามัญวิศวกร
3)
ภาคีวิศวกร
4)
ภาคีวิศวกรพิเศษ
หลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมแต่ละระดับให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร
มาตรา 47
ห้ามมิให้ผู้ใดใช้คำหรือข้อความที่แสดงให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
ทั้งนี้ รวมถึงการใช้ จ้างวาน หรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทำดังกล่าวให้แก่ตน
เว้นแต่ผู้ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมนั้น
ๆ จากสภาวิศวกรหรือสถาบันที่สภาวิศวกรรับรอง
หรือผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร
มาตรา 71 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 45 หรือมาตรา 63 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 72 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 47 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี
หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ซึ่งหากช่วงนั้นผู้เขียนโชคร้าย การทำงานมีปัญา
และเกิดการตรวจสอบขึ้นมาละก็คงต้องรับโทษตามมาตรา 71 และ มาตรา 72 อย่างแน่แท้
แต่อย่าเพิ่งกังวลใจไปนะครับเพราะทั้งหมดทั้งมวลนี้ยังคงมีแนวทางให้เราได้ทำงานด้านวิศวกรรมได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
อีกทั้งสร้างความภาคภูมิใจในอาชีพวิศวกรรม แต่ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจดังนี้ก่อนครับ
1) ผู้ที่สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรที่สภาวิศวกรรับรอง เช่น
วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (วศ.บ.) ปัจจุบันมีหลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรม (คอ.บ.)
บางสถาบันที่สภาวิศวกรได้ให้การรับรองไว้แล้ว ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่จบตรงสายตรงวิศวกรรม
จะสามารถยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมได้ตามข้อกำหนดของสภาวิศวกร
โดยเริ่มจากระดับภาคีวิศวกร และหากถือใบอนุญาตครบตามจำนวนปีที่กำหนดและมีผลงานวิศวกรรมเชิงประจักษ์ก็สามารถยื่นขอเลื่อนระดับขึ้นไป
เป็นสามัญวิศวกร และวุฒิวิศวกร ตามลำดับ นั่นเอง
2) สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรที่สภาวิศวกรไม่ได้รับรอง หากมีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในงานด้านวิศวกรรม ก็สามารถยื่นผลงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ระดับภาคีวิศวกรพิเศษ
ความพิเศษของภาคีพิเศษคืออะไร
ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตภาคีวิศวกรพิเศษ ถือได้ว่าเป็นวิศวกรที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ตามมาตรา 46(4) แห่ง พรบ.วิศวกร พ.ศ.2542 โดยความพิเศษของใบอนุญาตลักษณะนี้ก็คือ
1. ผู้ขอไม่จำเป็นต้องจบการศึกษาทางด้านวิศวกรรมก็ได้
แต่จะใช้ประสบการณ์และความชำนาญในงานวิศวกรรมที่ทำอยู่ ในการเขียนผลงานดีเด่นเพื่อยื่นขอ
ซึ่งคุณสมบัติของผู้ขอสามารถศึกษาได้จากเวปไซต์สภาวิศวกร
ส่วนแนวทางในการขอนั้นให้ศึกษาข้อบังสภาวิศวกร
ว่าด้วยการออใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ระดับภาคีวิศวกรพิเศษ
เพิ่มเติม
2. การขอจะขอได้ครั้งละหนึ่งงานเฉพาะงานที่ตนเองมีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญเท่านั้นและต้องให้สามัญวิศวกรในสาขาเดียวกันกับที่ขอรับรองผลงาน
3. ภาคีวิศวกรพิเศษ ถึงแม้จะขอได้ครั้งละหนึ่งงานแต่ขอบเขตในการทำงานได้นั้นในแต่ละคนจะได้ไม่เท่ากัน อาจได้น้อยหรือสูงกว่าภาคีวิศวกรปกติก็ได้ทั้งนั้น ความพิเศษอีกอย่าง คือ สามารถยื่นขอขยายขอบเขตงานให้สูงขึ้นได้เรื่อย ๆ จนบางท่านอาจได้ขอบเขตงานเทียบเท่าสามัญวิศวกรหรือวุฒิวิศวกรก็ได้ เพียงแต่ยังคงใช้ชื่อเป็น "ภาคีวิศวกรพิเศษ" เช่นเดิม
หากใครที่วางแผนจะยื่นขอภาคีวิศวกรพิเศษควรศึกษาก่อนว่างานที่เราทำอยู่นั้นเกี่ยวข้องกับสาขาวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมใด และเป็นงานอะไรในวิชาชีพควบคุมนั้น ดังรายละเอียดต่อไปนี้
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมมีกี่สาขา
ตามกฎกระทรวงกำหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมและวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
พ.ศ.2565 ข้อ 4 ให้วิชาวิชาชีพวิศวกรรมในสาขาดังต่อไปนี้เป็นวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
โดยมีทั้งหมด 7 สาขา ได้แก่
1. วิศวกรรมโยธา
2. วิศวกรรมเหมืองแร่
3. วิศวกรรมเครื่องกล
4. วิศวกรรมไฟฟ้า
5. วิศวกรรมอุตสาหการ
6. วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม
7. วิศวกรรมเคมี
ทั้งนี้ยังคงมีสาขาวิชาชีพวิศวกรรมอีก 17 สาขา ซึ่งจะไม่ถูกกล่าว ณ ที่นี้ เนื่องจากไม่ได้เป็นวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (สามารถขอใบรับรองความรู้ความชำนาญฯ จากสภาวิศวกรได้)
งานในวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมแต่ละสาขา
1. งานให้คำปรึกษา หมายถึง
การให้ข้อแนะนำ การตรวจวินิจฉัย หรือการตรวจรับรองงาน
2. งานวางโครงการ หมายถึง การศึกษา
การวิเคราะห์หาทางเลือกที่เหมาะสม หรือการวางแผนโครงการ
3. งานออกแบบและคำนวณ หมายถึง
การใช้หลักวิชาและความชำนาญเพื่อให้ได้มาซึ่งรายละเอียดในการก่อสร้าง การสร้าง
การผลิต หรือการวางผังโรงงานและเครื่องจักร โดยมีรายการคำนวณ แสดงเป็นรูป แบบ
ข้อกำหนด หรือประมาณการ
4. งานควบคุมการสร้างหรือการผลิต
หมายถึง การอำนวยการควบคุม หรือการควบคุมเกี่ยวกับการก่อสร้าง การสร้าง การผลิต
การติดตั้ง การซ่อม การดัดแปลง การรื้อถอนงาน หรือการเคลื่อนย้ายงานให้เป็นไปโดยถูกต้องตามรูป
แบบ และข้อกำหนดของหลักวิชาชีพวิศวกรรม
5. งานพิจารณาตรวจสอบ หมายถึง
การค้นคว้า การวิเคราะห์ การทดสอบ การหาข้อมูล และสถิติต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์
หรือประกอบการตรวจสอบวินิจฉัยงาน การสอบทาน หรือการตรวจประเมินการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิตหรือการจัดการสิ่งแวดล้อม
6. งานอำนวยการใช้ หมายถึง
การอำนวยการดูแลการใช้ การบำรุงรักษางาน ทั้งที่เป็นชิ้นงานหรือระบบ
ให้เป็นไปโดยถูกต้องตามรูป แบบ และข้อกำหนดของหลักวิชาชีพวิศวกรรม
คุณสมบัติของผู้ที่จะขอใบอนุญาตภาคีวิศวกรพิเศษ
1. ต้องเป็นสมาชิกสภาวิศวกร
2. มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์
3. ไม่เป็นผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณ อันนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
4. ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่ความผิดที่กระทำโดยประมาท หรือลหุโทษ
5. ไม่เป็นผู้มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
หรือไม่เป็นโรคที่กำหนดตามข้อบังคับสภาวิศวกรว่าด้วยโรคต้องห้าม คือ
– โรคเรื้อนในระยะติดต่อ
หรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่อันตรายต่อสังคม
– วัณโรคในระยะอันตรายต่อสังคม
– โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่อันตรายต่อสังคม
– โรคติดยาเสพติดให้โทษ หรือภาวะติดสารเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง
– โรคพิษสุราเรื้อรัง
สำหรับสมาชิกประเภทวิสามัญ
6. เป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับวิชาชีพวิศวกรรม
7. ผู้ขอรับใบอนุญาตระดับภาคีวิศวกรพิเศษ
จะต้องมีความรู้และประสบการณ์ตรงกับลักษณะงาน
– วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี
ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์หรือเทียบเท่าขึ้นไป และจะต้องมีผลงานในลักษณะที่ยื่นคำขอ
ไม่น้อยกว่า 2ปี
– วุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
หรือเทียบเท่าที่เกี่ยวกับวิชาชีพวิศวกรรม
ที่ผู้ยื่นขอจะต้องมีผลงานและประสบการณ์ตรงกับลักษณะงานที่ขอ ไม่น้อยกว่า 4
ปี
– วุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
หรือเทียบเท่าที่เกี่ยวกับวิชาชีพวิศวกรรม
ที่ผู้ยื่นขอจะต้องมีผลงานและประสบการณ์ตรงกับลักษณะงานที่ขอ ไม่น้อยกว่า 6
ปี
– วุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
หรือเทียบเท่าในสาขาอื่นที่ไม่เกี่ยวกับวิชาชีพวิศวกรรมหรือวุฒิต่ำกว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
(ปวช.) จะต้องมี ผลงานและประสบการณ์ตรงกับลักษณะงานที่ขอ ไม่น้อยกว่า 10 ปี
ที่มา : คุณสมบัติของผู้ขอใบอนุญาตภาคีวิศวกรพิเศษ - COE


