ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.2526 ที่ให้ผู้ลงนามในหนังสือราชการต้องพิมพ์ชื่อเต็มโดยใช้คำว่า นาย,นาง,นางสาว นำหน้าชื่อ ยกเว้นผู้มียศ บรรดาศักดิ์ หรือฐานันดรศักดิ์ซึ่งกฎหมายรับรอง จึงใช้ยศบรรดาศักดิ์ หรือฐานันดรศักดิ์นั้นนำหน้าชื่อได้
แต่หลายคนก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมแพทย์มักนิยมใช้วิชาชีพนำหน้าชื่อในเอกสารต่าง ๆ อยู่เสมอ เช่น แพทย์หญิง (พญ.), นายแพทย์ (นพ.), ทันตแพทย์ (ทพ.) หรือนายสัตวแพทย์ (น.สพ.) / นายสัตวแพทย์หญิง (สพ.ญ.) เป็นต้น หรือว่ามีสิทธิพิเศษอย่างไรหรือไม่...เพื่อให้คลายข้อสงสัย ผู้เขียนจึงได้รวมรวมข้อมูลให้เข้าใจกันโดยง่าย....ตามกันมาเลยครับ
ด้วยพระราชบัญญัติเวชกรรม พ.ศ.2525
มาตรา 27 “ห้ามมิให้ผู้ใดใช้คำว่าแพทย์ นายแพทย์
แพทย์หญิง หรือคำย่ออักษรดังกล่าว ฯลฯ ประกอบชื่อหรือนามสกุลของตน
เว้นแต่ผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรในวิชาชีพแพทยศาสตร์” ข้อความดังกล่าวชัดเจนว่า การใช้คำว่านายแพทย์
หรือแพทย์หญิงนำหน้าชื่อนั้น มีกฎหมายรับรองอยู่ ดังนั้นแพทย์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
จึงขอให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีพิจารณา
โดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้นำเรื่องนี้เสนอคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนาระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า “คำว่า นายแพทย์ตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของสำนักงาน ก.พ. ถือว่าเป็นตำแหน่ง" ระเบียบงานสารบรรณจึงมิได้กำหนดไว้ให้ใช้เป็นคำนำหน้านาม นอกจากนั้นในราชกิจจานุเบกษาซึ่งเป็นเอกสารของทางราชการก็ถือหลักการนี้เช่นเดียวกัน ส่วนบทบัญญัติตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 เป็นเรื่องของการประกอบวิชาชีพทางแพทย์โดยเฉพาะ มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมการประกอบวิชาชีพเวชกรรม และคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน ข้อความตามมาตรา 27 มีลักษณะเป็นข้อห้ามสำหรับบุคคลทั่วไปที่มิใช่ผู้มีคุณสมบัติเฉพาะตามกฎหมายแสดงให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยมิได้หมายความรวมไปถึงการใช้เป็นคำนำหน้านามในหนังสือราชการ จึงสามารถปฏิบัติตามกฏหมายที่อ้างได้ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วเห็นชอบด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนาระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ดังกล่าวข้างต้น
และด้วยเหตุผลทำนองเดียวกันนี้จึงทำให้สภาวิชาชีพต่าง
ๆ ได้ออกประกาศให้ใช้คำนำหน้าชื่อวิชาชีพของตนขึ้นมา ดังตัวอย่างเช่น
1. มติคณะกรรมการสภาการพยาบาล ในการประชุมครั้งที่ 7/2556 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2556 จึงประกาศกำหนดคำนำหน้าชื่อผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลชั้นหนึ่งผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง ประสงค์จะใช้คำนำหน้าชื่อเพื่อเป็นการสื่อสาร โดยให้ใช้คำว่า “พยาบาลวิชาชีพ” อักษรย่อ “พว.”
2. ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการใช้คำนำหน้าชื่อผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ พ.ศ.2557
สมาชิกสภาทนายความที่มีความประสงค์จะใช้คำนำหน้าชื่อเพื่อเป็นการสื่อสารการปฏิบัติงานในวิชาชีพทนายความของตนเป็นการทั่วไป ให้ใช้คำนำหน้าชื่อผู้ถือใบอนุญาตให้เป็นทนายความของสภาทนายความ แทนคำว่า นาย นาง และนางสาว เป็นอักษรย่อ “ทค.” หรือใช้คำใต้ชื่อว่า “ทนายความ” สำหรับในภาษาอังกฤษให้ใช้คำนำหน้าเป็นอักษรย่อว่า “ATTY.” หรือใช้คำใต้ชื่อว่า “Attorney at Law”
3. มติคณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์
วาระ 2560-2563 ครั้งที่ 8/2560 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560
จึงออกประกาศสภาเทคนิคการแพทย์ ที่ 27/2560 เรื่อง
กำหนดใช้คำนำหน้าชื่อ ผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ให้ใช้อักษรย่อ “ทน.” นำหน้าชื่อผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ทั้งชายและหญิง
4. มติคณะกรรมการสภาวิศวกรในการประชุม
ครั้งที่ 38-1/2561 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561
คณะกรรมการสภาวิศวกรออกประกาศโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 7 มาตรา 8 และมาตรา 33
แห่งพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ.2542
และกฎกระทรวงกำหนดการดำเนินการอื่นอันเป็นวัตถุประสงค์ของสภาวิศวกร พ.ศ.2560 จึงออกประกาศสภาวิศวกร
ที่ 4/2561 เรื่อง
การใช้คำนำหน้าชื่อผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
เพื่อประโยชน์ในการสื่อสารการปฏิบัติงาน
โดยเทียบเคียงกับการใช้คำนำหน้าชื่อในวิชาชีพอื่น ๆ
และการใช้คำนำหน้าชื่อในต่างประเทศ
รวมถึงเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบและป้องกันการแอบอ้าง ให้ใช้คำนำหน้าว่า “วิศวกร” อักษรย่อ “วศ.” สำหรับภาษาอังกฤษให้ใช้คำนำหน้าว่า “Engineer” อักษรย่อ
“Eng” ทั้งชายและหญิง
5. ข้อบังคับสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การประเมินความรู้ แบบและประเภทใบอนุญาตหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาตจากสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์
(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 ที่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาในวันที่
31 มีนาคม พ.ศ. 2566 โดยข้อ 13 ระบุว่า ผู้ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตแล้ว มีสิทธิดังต่อไปนี้ (2)
ใช้คำนำหน้าชื่อบุคคลเพื่อประโยชน์ในการแสดงตนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาต
ใช้คำนำหน้าชื่อของสมาชิกเป็นอักษรย่อ “สค.ร.” หลังชั้นยศ ตำแหน่งทางวิชาการ
หรือตำแหน่งอื่นสำหรับภาษาไทย และให้ใช้คำนำหน้าเป็นอักษรย่อ “LSW.” หรือ Licensed Social Worker สำหรับภาษาอังกฤษ
ทั้งนี้ การใช้อักษรย่อดังกล่าว
ให้ใช้ในการติดต่อประสานงานเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของวิชาชีพสังคมสงเคราะห์
ส่วนการปฏิบัติงานอื่นให้พิจารณาใช้ตามความเหมาะสม
บทสรุป
คำนำหน้าชื่อวิชาชีพ ไม่ได้จัดให้เป็นคำนำหน้านาม ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.2526 จึงไม่สามารถนำมาใช้ในหนังสือราชการได้ แต่สามารถนำมาใช้สื่อสารระหว่างบุคคล ภายในหน่วยงาน สถานที่ทำงาน เพื่อสื่อสารให้กับผู้ร่วมอาชีพหรือบุคคลอื่นได้รับรู้ หรือเป็นการยกย่องให้เกียรติ เป็นต้น
ตำแหน่งทางวิชาการ สามารถนำมาเป็นคำนำหน้านามได้ ซึ่งเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการใช้ตำแหน่งทางวิชาการเป็นคำนำหน้านาม พ.ศ.2536 ภายในหน่วยงานหรือระหว่างสถาบันการศึกษาได้
คำว่า ด๊อกเตอร์ (ดร.) เป็นคำแสดงวุฒิทางการศึกษา และไม่ใช่ตำแหน่งวิชาการแต่อย่างใด อีกทั้งไม่ได้เป็นคำนำหน้านาม ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด จึงไม่สามารถนำมาใช้ในงานสารบรรณกับหน่วยงานราชการได้ แต่สามารถใช้เรียกหรือสื่อสารภายในหน่วยงานทางการศึกษา หรือใช้เรียกเพื่อเป็นการยกย่องให้เกียรติ เป็นต้น
ด้วยเหตุนี้เอง หากผู้ประกอบวิชาชีพ หรือ ดร. ทั้งหลายมีความจำเป็นต้องทำเอกสารเพื่อติดต่อราชการ ก็ควรต้องกลับมาใช้ “นาย/นาง/นางสาว” อยู่ดี เพราะนี่เป็นข้อกำหนดที่ใช้กับทุกอาชีพ ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าคุณจะเป็น อาจารย์ วิศวกร สถาปนิก นายแพทย์ เภสัชกร ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ ทนายความ ฯลฯ ตาม "ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ" ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2526 นั่นเอง
โดยระเบียบดังกล่าวกำหนดไว้ว่า ผู้ที่จะใช้คำนำหน้าชื่อ
นอกจากที่ระบุเพศแล้ว จะมีได้เพียง 4 กรณีเท่านั้น
(1) มีตำแหน่งทางวิชาการ
เช่น ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ฯลฯ
(2) มียศที่ต้องใช้ยศประกอบ
ทั้งของตำรวจและทหาร เช่น พลเอก พลอากาศเอก พลเรือเอก พลตำรวจเอก ฯลฯ
(3) มีบรรดาศักดิ์หรือฐานันดรศักดิ์
เช่น หม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์ หม่อมหลวง ฯลฯ
(4) สตรีที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ใช้คำนำหน้านามอื่นได้ทั้ง
ท่านผู้หญิง คุณหญิง ฯลฯ
ซึ่งหากเป็นผู้ที่มีคำนำหน้าดัง 4 กรณีข้างต้น อีกทั้งมีหลายคำนำหน้า ในการเขียนเอกสารราชการก็ให้เขียนเรียงตามลำดับ (1) - (4) เช่น ศาสตราจารย์ พลตรี หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นต้น

